ระบบสารสนเทศบริหารจัดการข้อมูลมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร: การศึกษาเชิงประจักษ์ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลการยอมรับ และความพึงพอใจ

The Waste Management Information System of Bangkok Metropolitan: An Empirical Study of Efficiency, Effectiveness, Acceptance, and Satisfaction

บทคัดย่อ

        การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การยอมรับ และความพึงพอใจต่อระบบสารสนเทศบริหารจัดการข้อมูลมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร 2) พัฒนาตัวแบบ (สมการ) ความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระบบสารสนเทศบริหารจัดการข้อมูลมูลฝอย                ของกรุงเทพมหานคร และความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิภาพ/ประสิทธิผลกับความพึงพอใจของผู้ใช้ และ 3) นำเสนอแนวทางในการพัฒนาต่อยอดและปรับปรุงแก้ไขระบบสารสนเทศบริหารจัดการข้อมูลมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณใช้กรอบทฤษฎี UTAUT เป็นทฤษฎีหลักในการออกแบบการวิจัย ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง (เจ้าหน้าที่ประจำเครื่องชั่งน้ำหนักมูลฝอย ผู้ควบคุมงาน หัวหน้าศูนย์ ผู้บริหาร และ เอกชนผู้รับจ้าง) กับระบบสารสนเทศบริหารจัดการข้อมูลมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร จำนวน 261 คน กลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถามและส่งกลับคืนมา จำนวน 217 ชุด (ร้อยละ 83.14) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ก) สถิติพื้นฐาน คือร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ ข) สถิติอ้างอิงเพื่อทดสอบสมมติฐาน คือ การวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นแบบพหุ ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นโดยรวม        ต่อประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การยอมรับ และความพึงพอใจของระบบสารสนเทศบริหารจัดการข้อมูล มูลฝอยในระดับมาก (ค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.12-3.98) ผลการทดสอบสมมติฐานทำให้ได้สมการอิทธิพล จํานวนรวมทั้งสิ้น 30 สมการ ในด้านประสิทธิภาพของระบบนั้น พบว่า ก) การสามารถนำไปใช้ทดแทนระบบอื่นได้มีอิทธิพลมากที่สุดต่อประสิทธิผลของระบบ (R2 = 0.538) ข) การตอบสนองความต้องการ หรือสามารถแก้ไขปัญหาให้กับผู้ใช้งานได้ มีอิทธิพลต่อการยอมรับระบบมากที่สุด (R2 = 0.415) และ  ค) การประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ครบถ้วน และสมบูรณ์ มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจ            มากที่สุด (R2 = 0.223) ในด้านประสิทธิผลพบว่า ก) การที่ระบบสามารถปฏิบัติงานทดแทนการทำงานระบบเดิมที่มีมาก่อนหน้านี้ มีอิทธิพลต่อการยอมรับระบบมากที่สุด (R2 = 0.254) ข) การที่ระบบทำให้องค์กรประหยัดทรัพยากรบุคคลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจ    มากที่สุด (R2 = 0.207) ในด้านการยอมรับระบบ พบว่า ความช่วยเหลือระหว่างผู้ใช้หน้างานและผู้พัฒนาด้านเทคนิคในการบำรุงรักษาระบบมีอิทธิพลต่อความพึงพอใจต่อระบบมากที่สุด (R2 = 0.291)

Abstract

        The objectives of this research were to 1) study efficiency, effectiveness, acceptance, and satisfaction of Bangkok Metropolitan solid waste management information system,  2) develop relationship models (equations) between efficiency and effectiveness of the system, including the relationship models between efficiency/effectiveness and user satisfaction of the system, and 3) purpose guidelines to further development and adjustment of the system. This study was quantitative research using the UTAUT model as a research design base. The research tools were questionnaires distributed to 261 respondents (solid waste weighing machines controllers, supervisors, center heads, executives, and private contractors. 217 out of 261 respondents completed and returned the questionnaires (83.14%). The statistics used to analyze the data were 1) descriptive statistics (percentage, mean, and standard deviation), and 2) an inferential statistic for hypothesis test was multiple linear regression. The research findings showed that the respondents had a high overall opinion on efficiency, effectiveness, acceptance, and satisfaction of the solid data management information system (average ranges between 4.12-3.98). The hypothesis test resulted in a total number of 30 influence equations. In terms of system efficiency, it found that a) substitution of the system to the other one had the greatest influence on the system effectiveness (R2 = 0.538); b) responding to needs or being able to solve problems for users have the greatest influence on the system acceptance (R2 = 0.415); and c) the fast, accurate, complete, and complete processing of information has the greatest influence on satisfaction (R2 = 0.223). In terms of effectiveness, it found that a) the ability of the system to replace the work of the previous system have the greatest influence on system acceptance (R2 = 0.254); b) The system enables the organization to save human resources and related operating costs. most influence on satisfaction (R2 = 0.207). In terms of system acceptance, it found that assistance between on-site users and technical developers in system maintenance influenced the satisfaction of the system the most (R2 = 0.291).

ดาวน์โหลด Full Paper